15 ข้อที่ควรรู้ก่อนสอบ พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562
ข้อที่ 1 : ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ ผู้ใดมีอำนาจหน้าที่เป็น “นายทะเบียนสหกรณ์”?
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ข. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ค. อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์
ง. อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์
ตอบ : ค. [พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 มาตรา 15 กำหนดให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นนายทะเบียนสหกรณ์ (เดิมก่อนแก้คือปลัดกระทรวง)]
ข้อที่ 2 : ข้อใดคือลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้จัดการสหกรณ์ ที่ถูกกำหนดเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่อย่างชัดเจนในพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562?
ก. เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการฐานทุจริตต่อหน้าที่
ข. เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่ความผิดลหุโทษ
ค. เป็นบุคคลล้มละลาย
ง. เคยถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการ หรือเป็นกรรมการในสหกรณ์ที่ถูกสั่งเลิก ตามมาตรา 89/3 วรรคสอง
ตอบ : ง. [พ.ร.บ. สหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ได้เพิ่มลักษณะต้องห้ามในมาตรา 52 (5) และ (6) ว่าห้ามบุคคลที่เคยถูกนายทะเบียนสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง หรือเคยเป็นกรรมการในสหกรณ์ออมทรัพย์หรือเครดิตยูเนี่ยนที่ถูกสั่งเลิกตาม ม. 89/3 เข้ามาเป็นกรรมการหรือผู้จัดการสหกรณ์]
ข้อที่ 3 : บุคคลในตำแหน่งใด ทำหน้าที่เป็นประธาน “คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ (คพช.)”?
ก. นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ค. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ง. อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์
ตอบ : ข. [พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 9 กำหนดให้มีคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ประกอบด้วย รัฐมนตรี(ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) เป็นประธานกรรมการ และปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นรองประธาน]
ข้อที่ 4 : ข้อใดต่อไปนี้ “ไม่ใช่” ข้อจำกัดสิทธิของ “สมาชิกสมทบ” ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติสหกรณ์?
ก. สิทธิในการถูกนับชื่อเป็นองค์ประชุมในการประชุมใหญ่
ข. สิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่
ค. สิทธิในการได้รับสวัสดิการของสหกรณ์
ง. สิทธิในการกู้ยืมเงินเกินกว่าเงินฝากและทุนเรือนหุ้นของตนเองจากสหกรณ์
ตอบ : ค. [พ.ร.บ. สหกรณ์ มาตรา 42/1 ห้ามมิให้สหกรณ์ให้สิทธิแก่สมาชิกสมทบในการนับชื่อเข้าเป็นองค์ประชุม, ออกเสียงในเรื่องใดๆ, เป็นกรรมการดำเนินการ, และกู้ยืมเงินเกินกว่าเงินฝากและทุนเรือนหุ้นของตน แต่ไม่ได้ห้ามเรื่องการรับสวัสดิการหากข้อบังคับกำหนดไว้]
ข้อที่ 5 : เมื่อสิ้นปีทางบัญชี หากสหกรณ์มีกำไรสุทธิ กฎหมายบังคับให้สหกรณ์ต้องจัดสรรกำไรสุทธิเป็น “ทุนสำรอง” จำนวนเท่าใด?
ก. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิ
ข. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ
ค. ไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ
ง. ไม่เกินร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ
ตอบ : ข. [พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 60 (1) กำหนดให้สหกรณ์ต้องจัดสรรกำไรสุทธิเป็นทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ]
ข้อที่ 6 : ที่ประชุมใหญ่สามารถจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีเป็นเงินโบนัสแก่กรรมการและเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ได้ ในอัตราสูงสุดตามข้อใด?
ก. ไม่เกินร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิ
ข. ไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ
ค. ไม่เกินร้อยละ 15 ของกำไรสุทธิ
ง. ตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับโดยไม่มีเพดานจำกัด
ตอบ : ข. [พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 60 (3) ระบุว่าสามารถจ่ายเป็นเงินโบนัสแก่กรรมการและเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ]
ข้อที่ 7 : คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์มีวาระการดำรงตำแหน่งและข้อจำกัดตามข้อใด?
ก. วาระ 2 ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่จำกัดวาระ
ข. วาระ 2 ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ โดยต้องพัก 1 ปี จึงจะมีสิทธิสมัครใหม่
ค. วาระ 4 ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ โดยต้องพัก 1 ปี จึงจะมีสิทธิสมัครใหม่
ง. วาระ 4 ปี และดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่จำกัดวาระ
ตอบ : ข. [พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 50 กำหนดให้คณะกรรมการดำเนินการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี และหากพ้นวาระอาจได้รับเลือกใหม่ได้ แต่ต้องไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน (เว้นวรรค 1 ปี)]
ข้อที่ 8 : ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 หมวดการดำเนินงานและการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด?
ก. การให้กู้และการให้สินเชื่อของสหกรณ์
ข. การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง
ค. การจัดชั้นสินทรัพย์และการกันเงินสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
ง. การกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำของสหกรณ์ทุกประเภทในประเทศ
ตอบ : ง. [พ.ร.บ. สหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 มาตรา 89/2 ให้อำนาจรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงเพื่อกำกับดูแลความเสี่ยงของสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน (เช่น การให้กู้ รับฝาก ก่อหนี้ สภาพคล่อง) แต่ไม่ได้ให้อำนาจกำหนด “อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำของสหกรณ์ทุกประเภท”]
ข้อที่ 9 : การขอจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์ ต้องมีคณะผู้จัดตั้งซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและบรรลุนิติภาวะจำนวนขั้นต่ำอย่างน้อยกี่คน?
ก. 5 คน
ข. 7 คน
ค. 10 คน
ง. 15 คน
ตอบ : ค. [พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 33 กำหนดว่า สหกรณ์จะขอจดทะเบียนได้ต้องมีคณะผู้จัดตั้งซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาและบรรลุนิติภาวะจำนวนไม่น้อยกว่าสิบคน]
ข้อที่ 10 : การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของสหกรณ์ จะมีผลสมบูรณ์และบังคับใช้ได้เมื่อใด?
ก. เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3
ข. เมื่อคณะกรรมการดำเนินการลงนามประกาศใช้
ค. เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียนแล้ว
ง. เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ตอบ : ค. [พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 44 ระบุว่าการแก้ไขข้อบังคับจะกระทำได้โดยมติที่ประชุมใหญ่ และต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนสหกรณ์ เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียนแล้วจึงจะมีผลใช้บังคับได้]
ข้อที่ 11 : คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ต้องเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายในระยะเวลาเท่าใด?
ก. ภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์
ข. ภายใน 120 วัน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์
ค. ภายใน 150 วัน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์
ง. ภายใน 180 วัน นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์
ตอบ : ค. [พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 54 ให้คณะกรรมการดำเนินการเรียกประชุมใหญ่สามัญปีละ 1 ครั้ง ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวัน (150 วัน) นับแต่วันสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์นั้น]
ข้อที่ 12 : ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการอื่นรวมแล้วทั้งหมด “ไม่เกิน” กี่คน?
ก. 11 คน
ข. 13 คน
ค. 15 คน
ง. 17 คน
ตอบ : ค. [พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 50 ให้สหกรณ์มีคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ประกอบด้วย ประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบสี่คน (รวมเป็น 15 คน)]
ข้อที่ 13 : สมาชิกสหกรณ์จำนวนเท่าใด ที่มีสิทธิเข้าชื่อทำหนังสือร้องขอให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เรียก “ประชุมใหญ่วิสามัญ” ได้?
ก. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 50 คน
ข. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 100 คน
ค. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 200 คน
ง. ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
ตอบ : ข. [พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 55 (3) ระบุว่าสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า (1/5) ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคน (100 คน) เข้าชื่อทำหนังสือร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ]
ข้อที่ 14 : “กองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.)” จัดตั้งขึ้นในหน่วยงานใด เพื่อเป็นทุนส่งเสริมกิจการของสหกรณ์?
ก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ข. กรมส่งเสริมสหกรณ์
ค. กรมตรวจบัญชีสหกรณ์
ง. สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ตอบ : ก. [พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 27 ให้จัดตั้งกองทุนพัฒนาสหกรณ์ขึ้นใน “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” เรียกโดยย่อว่า กพส.]
ข้อที่ 15 : ตามมาตรา 89/3 (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562) หากนายทะเบียนสหกรณ์พบว่าสหกรณ์ออมทรัพย์กระทำการอันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย นายทะเบียนมีอำนาจออกคำสั่งในเรื่องต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด?
ก. สั่งให้คณะกรรมการแก้ไขข้อบกพร่องภายในเวลาที่กำหนด
ข. สั่งระงับการดำเนินการบางส่วนหรือทั้งหมดของสหกรณ์
ค. สั่งให้คณะกรรมการดำเนินการพ้นจากตำแหน่ง
ง. สั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินส่วนตัวของสมาชิกสหกรณ์ทุกคนเพื่อชำระหนี้แทนสหกรณ์
ตอบ : ง. [ตาม ม.89/3 วรรคหนึ่งและวรรคสอง นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่อง, ระงับการดำเนินการ, สั่งให้กรรมการพ้นจากตำแหน่ง หรือสั่งเลิกสหกรณ์ได้ แต่ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการก้าวล่วงไปยึดทรัพย์สินส่วนตัวของสมาชิกเพื่อชำระหนี้แทนสหกรณ์ ซึ่งขัดต่อหลักการความรับผิดจำกัดของสมาชิก]
