30 ข้อสอบ ที่ควรอ่านก่อนสอบ พ.ร.บ. การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และแก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550
ข้อที่ 1 : ข้อใดต่อไปนี้ “ไม่” รวมอยู่ในบทนิยามคำว่า “น้ำมันเชื้อเพลิง” ตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (หากยังไม่มีประกาศเพิ่มเติมจากรัฐมนตรี)
ก. น้ำมันเตา
ข. น้ำมันก๊าด
ค. ก๊าซธรรมชาติ (NGV)
ง. ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG)
ตอบ : ค. ก๊าซธรรมชาติ (NGV)
อธิบาย :
ตามมาตรา 4 นิยาม “น้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า ก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเบนซิน น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา และน้ำมันอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด (ก๊าซธรรมชาติไม่อยู่ในบทนิยามพื้นฐานนี้)
ข้อที่ 2 : ผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้า “ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเพียงชนิดเดียว” ปริมาณตั้งแต่ 50,000 เมตริกตันต่อปีขึ้นไป (ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7) ต้องขอรับใบอนุญาตจากผู้ใด
ก. นายทะเบียน
ข. อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน
ค. ปลัดกระทรวงพลังงาน
ง. รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ
ตอบ : ง. รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ
อธิบาย :
ตามมาตรา 7 ผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลวเพียงชนิดเดียวตั้งแต่ 50,000 เมตริกตันต่อปีขึ้นไป ถือเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี
ข้อที่ 3 : บุคคลที่ต้องการเปิด “สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง” ต้องดำเนินการทางกฎหมายตามข้อใด จึงจะสามารถประกอบกิจการได้อย่างถูกต้อง
ก. ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จากรัฐมนตรี
ข. จดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ต่อนายทะเบียน
ค. ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 จากอธิบดี
ง. แจ้งการประกอบกิจการขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ตอบ : ค. ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 จากอธิบดี
อธิบาย :
ตามมาตรา 11 บัญญัติว่า ผู้ใดจะเป็นผู้ประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
ข้อที่ 4 : ผู้ประกอบกิจการ “ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง” (ผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12) ที่มีลักษณะและปริมาณการขนส่งตามที่รัฐมนตรีกำหนด มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายข้อใด
ก. แจ้งเพื่อทราบต่อปลัดกระทรวง
ข. จดทะเบียนต่ออธิบดี
ค. ขอรับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี
ง. ขอรับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
ตอบ : ข. จดทะเบียนต่ออธิบดี
อธิบาย :
ตามมาตรา 12 ผู้ใดจะเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามลักษณะและปริมาณที่รัฐมนตรีกำหนด ต้องจดทะเบียนต่ออธิบดี
ข้อที่ 5 : ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 มีหน้าที่ต้องส่งบัญชีแสดงปริมาณและสถานที่เก็บของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดที่นำเข้า ซื้อ ผลิต และจำหน่ายในแต่ละเดือน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาเท่าใด
ก. ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
ข. ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป
ค. ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ง. ภายในวันสิ้นเดือนของเดือนถัดไป
ตอบ : ค. ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
อธิบาย :
ตามมาตรา 16 กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ต้องส่งบัญชีตามแบบที่กำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ข้อที่ 6 : ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ต้องยื่น “ปริมาณการค้าประจำปี” เพื่อขอความเห็นชอบต่ออธิบดี ล่วงหน้าก่อนปีที่จะทำการค้านั้นเป็นระยะเวลาเท่าใด
ก. ไม่น้อยกว่า 15 วัน
ข. ไม่น้อยกว่า 30 วัน
ค. ไม่น้อยกว่า 45 วัน
ง. ไม่น้อยกว่า 60 วัน
ตอบ : ค. ไม่น้อยกว่า 45 วัน
อธิบาย :
ตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ยื่นปริมาณการค้าประจำปีเพื่อขอความเห็นชอบต่ออธิบดีก่อนปีที่จะทำการค้านั้น เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 45 วัน
ข้อที่ 7 : กฎหมายกำหนดเพดานสูงสุดในการให้อธิบดีกำหนดอัตราการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ไว้ที่ไม่เกินเท่าใด
ก. ไม่เกินร้อยละ 10 ของปริมาณการค้าประจำปี
ข. ไม่เกินร้อยละ 15 ของปริมาณการค้าประจำปี
ค. ไม่เกินร้อยละ 20 ของปริมาณการค้าประจำปี
ง. ไม่เกินร้อยละ 30 ของปริมาณการค้าประจำปี
ตอบ : ง. ไม่เกินร้อยละ 30 ของปริมาณการค้าประจำปี
อธิบาย :
ตามมาตรา 20 กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานที่เก็บ ไม่ต่ำกว่าอัตราที่อธิบดีกำหนด ซึ่งต้องไม่เกินร้อยละ 30 ของปริมาณการค้าประจำปี
ข้อที่ 8 : เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง กฎหมายบังคับให้บุคคลกลุ่มใดบ้าง ที่มีหน้าที่ต้องจัดเก็บ “ตัวอย่างน้ำมันเชื้อเพลิง” เพื่อส่งมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบ
ก. เฉพาะผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เท่านั้น
ข. ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10
ค. ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 และผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12
ง. ผู้ทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทุกมาตรา รวมถึงประชาชนผู้ซื้อในปริมาณมาก
ตอบ : ค. ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 และผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12
อธิบาย :
ตามมาตรา 27 บัญญัติให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 หรือผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 11 หรือผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 ต้องจัดเก็บตัวอย่างน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อส่งมอบให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
ข้อที่ 9 : ตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ห้ามมิให้ผู้ค้าน้ำมัน (ตามมาตรา 7, 10, 11) ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 คราวละตั้งแต่กี่ลิตรขึ้นไป
ก. ตั้งแต่ 1,000 ลิตรขึ้นไป
ข. ตั้งแต่ 3,000 ลิตรขึ้นไป
ค. ตั้งแต่ 5,000 ลิตรขึ้นไป
ง. ตั้งแต่ 10,000 ลิตรขึ้นไป
ตอบ : ข. ตั้งแต่ 3,000 ลิตรขึ้นไป
อธิบาย :
ตามมาตรา 30 วรรคสอง ห้ามมิให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 หรือมาตรา 11 ที่จะขนส่งคราวละตั้งแต่ 3,000 ลิตรขึ้นไป ให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ขนส่งน้ำมันตามมาตรา 12 เป็นผู้ทำการขนส่ง
ข้อที่ 10 : รัฐมนตรีมีอำนาจสั่ง “เพิกถอนใบอนุญาต” ที่ออกให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ได้ หากผู้ค้าน้ำมันกระทำการใดอย่างต่อเนื่องกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ก. ไม่ส่งแผนปฏิบัติการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง
ข. ไม่ชำระค่าธรรมเนียมรายปี
ค. ไม่สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
ง. ปฏิเสธไม่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบในเวลากลางคืน
ตอบ : ค. ไม่สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
อธิบาย :
ตามมาตรา 34 (3) รัฐมนตรีอาจเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ได้ เมื่อผู้ค้าน้ำมันไม่สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 20 เป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ข้อที่ 11 : ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ถูกอธิบดีมีคำสั่ง “ไม่ออกใบอนุญาต” ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งต่อบุคคลใดและภายในกำหนดระยะเวลาเท่าใด
ก. อุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวง ภายใน 15 วัน
ข. อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี ภายใน 30 วัน
ค. อุทธรณ์ต่อศาลปกครอง ภายใน 30 วัน
ง. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา ภายใน 90 วัน
ตอบ : ข. อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี ภายใน 30 วัน
อธิบาย :
ตามมาตรา 38 วรรคสอง และมาตรา 39 กำหนดให้ในกรณีที่อธิบดีไม่ออกใบอนุญาต ผู้ขอรับใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี โดยต้องทำเป็นหนังสือและยื่นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง
ข้อที่ 12 : ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ผู้ใดไม่ส่งแผนปริมาณการค้า ไม่ส่งแผนปฏิบัติการ หรือจงใจไม่ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามแผนโดยไม่มีเหตุอันควร ต้องระวางโทษตามข้อใด
ก. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ข. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท
ตอบ : ข. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อธิบาย :
ตามมาตรา 43 ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ผู้ใดไม่ส่งแผน…หรือไม่ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามแผน…โดยไม่มีเหตุอันควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อที่ 13 : หากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำ “ผนึกหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง” ไว้เพื่อห้ามจำหน่ายชั่วคราว ผู้ใดจงใจทำลายผนึกนั้น ต้องระวางโทษตามข้อใด
ก. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ข. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตอบ : ค. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อธิบาย :
ตามมาตรา 55 ผู้ใดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งห้ามจำหน่าย หรือทำลายผนึกหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่พนักงานเจ้าหน้าที่ทำไว้ตามมาตรา 29 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อที่ 14 : ในกรณีที่มีการ “ปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง” เพื่อจำหน่าย หากพิสูจน์ได้ว่าผู้กระทำการดังกล่าวคือ “ผู้ค้าน้ำมัน” เอง กฎหมายกำหนดบทลงโทษไว้อย่างไร
ก. ให้เพิกถอนใบอนุญาตทันทีโดยไม่ต้องรับโทษทางอาญา
ข. ให้ระวางโทษเท่ากับบุคคลทั่วไป คือ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. ให้ระวางโทษเป็น “สองเท่า” ของโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท
ง. ให้ระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต
ตอบ : ค. ให้ระวางโทษเป็น “สองเท่า” ของโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท
อธิบาย :
ตามมาตรา 49 วรรคแรก ผู้ใดกระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง…เพื่อจำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนในวรรคสองระบุว่า หากผู้กระทำการเป็น “ผู้ค้าน้ำมัน” ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
ข้อที่ 15 : พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ได้เพิ่มบทบัญญัติในเรื่องใดเข้ามาเป็นสาระสำคัญ เพื่อรองรับนโยบายด้านพลังงานและควบคุมไม่ให้เข้าข่ายความผิดฐานปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง
ก. การให้ประชาชนสามารถนำเข้าน้ำมันเสรี
ข. การกำหนดให้มีการขอความเห็นชอบเพื่อทำการ “ผสมน้ำมันเชื้อเพลิง” (เช่น แก๊สโซฮอล์ หรือ ไบโอดีเซล)
ค. การควบคุมราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการแบบเรียลไทม์
ง. การยกเว้นการจัดเก็บกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งหมด
ตอบ : ข. การกำหนดให้มีการขอความเห็นชอบเพื่อทำการ “ผสมน้ำมันเชื้อเพลิง” (เช่น แก๊สโซฮอล์ หรือ ไบโอดีเซล)
อธิบาย :
การแก้ไขเพิ่มเติมใน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ได้เพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยการให้ความเห็นชอบการผสมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน โดยให้สามารถผสมสารอื่นหรือน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดอื่นเข้าไปได้ตามสัดส่วนที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ถือเป็นการปลอมปน
ข้อที่ 16 : ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้ยื่นขอรับใบอนุญาตหรือจดทะเบียนไว้ ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7, มาตรา 10, หรือมาตรา 11 จะต้องแจ้งต่อนายทะเบียนหรืออธิบดีภายในระยะเวลาเท่าใด?
ก. ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
ข. ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
ค. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
ง. ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
ตอบ : ข. ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
อธิบาย :
ตามมาตรา 13 กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาต ผู้รับใบอนุญาต ผู้ขอจดทะเบียน หรือผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 หากมีการเปลี่ยนแปลงรายการ ต้องแจ้งเป็นหนังสือภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
ข้อที่ 17 : ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 (ผู้ค้าน้ำมันปริมาณสูงที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี) หากประสงค์จะ “เลิกประกอบกิจการ” จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้รัฐมนตรีทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเท่าใด?
ก. ไม่น้อยกว่า 30 วัน
ข. ไม่น้อยกว่า 60 วัน
ค. ไม่น้อยกว่า 90 วัน
ง. ไม่น้อยกว่า 120 วัน
ตอบ : ค. ไม่น้อยกว่า 90 วัน
อธิบาย :
ตามมาตรา 17 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ผู้ใดประสงค์จะเลิกประกอบกิจการ ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้รัฐมนตรีทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน
ข้อที่ 18 : กฎหมายกำหนดให้บุคคลใดที่ต้องจดทะเบียนเป็น “ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10” ต่อนายทะเบียน?
ก. ผู้ที่ทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณตั้งแต่ 10,000 แต่ไม่ถึง 30,000 เมตริกตันต่อปี
ข. ผู้ที่ทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณตั้งแต่ 30,000 แต่ไม่ถึง 100,000 เมตริกตันต่อปี
ค. ผู้ที่ทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณตั้งแต่ 50,000 แต่ไม่ถึง 120,000 เมตริกตันต่อปี
ง. ผู้ที่ทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณตั้งแต่ 100,000 เมตริกตันต่อปีขึ้นไป
ตอบ : ข. ผู้ที่ทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณตั้งแต่ 30,000 แต่ไม่ถึง 100,000 เมตริกตันต่อปี
อธิบาย :
ตามมาตรา 10 กำหนดให้ผู้ใดทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณการค้าแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดตั้งแต่ 30,000 เมตริกตันขึ้นไปต่อปี (แต่ไม่ถึง 100,000 เมตริกตันตาม ม.7) ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ต่อนายทะเบียน
ข้อที่ 19 : ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่ไม่ทำการ “สำรองน้ำมันเชื้อเพลิง” ตามอัตราที่อธิบดีประกาศกำหนด (ฝ่าฝืนมาตรา 20) จะต้องระวางโทษตามข้อใด?
ก. ปรับไม่เกิน 50,000 บาท
ข. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตอบ : ค. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อธิบาย :
ตามมาตรา 44 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ผู้ใดไม่สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อที่ 20 : หากศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ฐานไม่สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมาย ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้กระทำผิดชำระค่าปรับเป็น “รายวัน” อีกในอัตราเท่าใดจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง?
ก. วันละ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาท
ข. วันละ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท
ค. วันละ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท
ง. วันละ 50,000 บาท ถึง 100,000 บาท
ตอบ : ข. วันละ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท
อธิบาย :
ตามมาตรา 44 วรรคสอง กำหนดว่าในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันไม่สำรองน้ำมันให้ถูกต้อง ให้ศาลสั่งให้ผู้นั้นชำระค่าปรับเป็นรายวันอีกวันละ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
ข้อที่ 21 : ผู้ใดประกอบกิจการ “สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง” โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี (ฝ่าฝืนมาตรา 11) ต้องระวางโทษตามข้อใด?
ก. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตอบ : ค. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อธิบาย :
ตามมาตรา 42 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 10 (ไม่จดทะเบียน) หรือฝ่าฝืนมาตรา 11 (ไม่มีใบอนุญาตสถานีบริการ) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อที่ 22 : ผู้ใดมีน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะหรือคุณภาพ “แตกต่างจากที่อธิบดีประกาศกำหนด” ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต้องระวางโทษตามข้อใด?
ก. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตอบ : ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อธิบาย :
ตามมาตรา 48 กำหนดว่า ผู้ใดมีน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะหรือคุณภาพแตกต่างจากที่กำหนดตามมาตรา 25 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อที่ 23 : ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาต (ตาม ม.7 หรือ ม.11) ถึงแก่ความตาย ทายาทที่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป จะต้องแสดงความจำนงต่อนายทะเบียนหรืออธิบดีภายในกี่วันนับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตถึงแก่ความตาย?
ก. ภายใน 30 วัน
ข. ภายใน 60 วัน
ค. ภายใน 90 วัน
ง. ภายใน 120 วัน
ตอบ : ข. ภายใน 60 วัน
อธิบาย :
ตามมาตรา 32 บัญญัติว่า ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตาย ทายาท…ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป ต้องแสดงความจำนง…ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตตาย
ข้อที่ 24 : เมื่อมีผู้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนหรืออธิบดี รัฐมนตรีมีหน้าที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาเท่าใด?
ก. ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
ข. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
ค. ภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
ง. ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
ตอบ : ข. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
อธิบาย :
ตามมาตรา 40 บัญญัติให้รัฐมนตรีพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
ข้อที่ 25 : ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐมนตรีหรืออธิบดีมีอำนาจสั่ง “พักใช้ใบอนุญาต” ได้ครั้งละไม่เกินกี่วัน?
ก. ครั้งละไม่เกิน 30 วัน
ข. ครั้งละไม่เกิน 60 วัน
ค. ครั้งละไม่เกิน 90 วัน
ง. ครั้งละไม่เกิน 180 วัน
ตอบ : ค. ครั้งละไม่เกิน 90 วัน
อธิบาย :
ตามมาตรา 34 กำหนดให้รัฐมนตรีและอธิบดีมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาต เมื่อผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนกฎหมาย โดยให้มีกำหนดครั้งละไม่เกิน 90 วัน
ข้อที่ 26 : ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ในการเข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะเพื่อตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 29 ต้องระวางโทษตามข้อใด?
ก. ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ข. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตอบ : ข. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อธิบาย :
ตามมาตรา 52 กำหนดว่า ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 29 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อที่ 27 : ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ผู้ใดทำการ “ผสมน้ำมันเชื้อเพลิง” กับสารอื่นหรือน้ำมันชนิดอื่นเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากอธิบดี (ฝ่าฝืนมาตรา 25/1) ต้องระวางโทษตามข้อใด?
ก. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค. จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง. ระวางโทษ 2 เท่าของโทษฐานปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง
ตอบ : ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อธิบาย :
ตามมาตรา 47/1 (ซึ่งเพิ่มเข้ามาโดย พ.ร.บ. ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2550) ระบุว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 25/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อที่ 28 : แตกต่างจากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หาก “ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 หรือมาตรา 11” ประสงค์จะเลิกประกอบกิจการ จะต้องดำเนินการแจ้งต่อนายทะเบียนหรืออธิบดีเมื่อใด?
ก. แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน
ข. แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน
ค. แจ้งภายใน 7 วัน นับแต่วันเลิกประกอบกิจการ
ง. แจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันเลิกประกอบกิจการ
ตอบ : ง. แจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันเลิกประกอบกิจการ
อธิบาย :
ตามมาตรา 17 วรรคสอง กำหนดว่า ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 หรือมาตรา 11 ผู้ใดประสงค์จะเลิกประกอบกิจการ ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนหรืออธิบดี…ภายใน 15 วันนับแต่วันเลิกประกอบกิจการ (ผู้ค้า ม.7 ต้องแจ้งล่วงหน้า 90 วัน)
ข้อที่ 29 : หากผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จะทำการค้าน้ำมันในปริมาณที่แตกต่างไปจากแผนที่ได้รับความเห็นชอบ “เกินร้อยละสิบ (10%)” จะต้องยื่นขอความเห็นชอบแก้ไขปริมาณการค้าล่วงหน้าต่ออธิบดี ไม่น้อยกว่ากี่วัน?
ก. ไม่น้อยกว่า 15 วัน
ข. ไม่น้อยกว่า 30 วัน
ค. ไม่น้อยกว่า 45 วัน
ง. ไม่น้อยกว่า 60 วัน
ตอบ : ข. ไม่น้อยกว่า 30 วัน
อธิบาย :
ตามมาตรา 19 วรรคสอง กำหนดให้ในกรณีที่ปริมาณจะแตกต่างเกินร้อยละสิบ ผู้ค้าน้ำมัน…ต้องยื่นขอความเห็นชอบแก้ไขแผน…ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน
ข้อที่ 30 : เมื่อผู้รับใบอนุญาตถูกอธิบดีหรือรัฐมนตรีสั่ง “พักใช้หรือเพิกถอน” ใบอนุญาต ผู้นั้นจะต้องส่งมอบใบอนุญาตคืน ภายในระยะเวลาเท่าใด และหากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดเท่าใด?
ก. ส่งคืนภายใน 7 วัน / ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ข. ส่งคืนภายใน 15 วัน / ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ค. ส่งคืนภายใน 30 วัน / ปรับไม่เกิน 50,000 บาท
ง. ส่งคืนภายใน 60 วัน / ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ตอบ : ข. ส่งคืนภายใน 15 วัน / ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
อธิบาย :
ตามมาตรา 37 กำหนดให้ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ต้องส่งมอบใบอนุญาตคืนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง และตามมาตรา 57 หากฝ่าฝืนมาตรา 37 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
